ปี 2026 ก่อนทำสัญญาเช่าต้องรู้! ใครที่เป็นผู้เช่ากำลังจะเซ็นสัญญาเช่าบ้าน – เช่าคอนโด ล่าสุดมีกฎหมายฉบับใหม่ออกมา
มีข้อกำหนดที่เป็นประโยชน์ต่อคนเช่าหลายข้อเลย ถ้าไม่อยากเสียสิทธิ์ หรือถูกเอาเปรียบจากผู้ให้เช่า ตามเราไปอ่านด้านล่างได้เลยครับ หรือใครอยากชมเป็นคลิปสรุปแบบกระชับเข้าใจง่าย กดที่นี่ได้เลยครับ
.
ตอนท้ายเรามีแจกร่างสัญญาเช่ามาฝากทุกคนด้วยนะครับ^^
.

ก่อนจะไปดูรายละเอียดข้อกำหนดต่าง ๆ เรามาดูความหมายคำนิยามต่าง ๆ ในกฎหมายฉบับใหม่นี้กันก่อนว่าหมายความอย่างไรบ้าง เพื่อความชัดเจนในการตีความครับ ดังนี้

  • “ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย” หมายความว่า การประกอบธุรกิจที่ผู้ประกอบธุรกิจตกลงให้ผู้เช่าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาได้ใช้อาคารเพื่ออยู่อาศัยเช่าระยะสั้นหรือเช่าระยะยาว และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น โดยมีสถานที่ให้เช่าตั้งแต่สามหน่วยขึ้นไป ไม่ว่าจะอยู่ในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกัน ทั้งนี้ ให้รวมถึงการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
  • “อาคาร” หมายความว่า ห้องพัก บ้าน อาคารชุด อะพาร์ตเมนต์ หรือสถานที่พักอาศัยที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่จัดขึ้นสำหรับการให้เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย แต่ไม่รวมถึงหอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก และโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
  • “ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า ผู้ให้บริการเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยหรือที่เราอาจเรียกกันว่าเจ้าของห้อง โดยเรียกเก็บค่าเช่าจากผู้เช่า
  • “ผู้เช่า” หมายความรวมถึงผู้เช่าช่วงซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ทำสัญญาเช่าอาคาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย
  • “สัญญาเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยระยะสั้น” หมายความว่า สัญญาเช่าอาคารที่มีกำหนดระยะเวลาเช่าไม่เกินสามปี
  • “สัญญาเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว” หมายความว่า สัญญาเช่าอาคารที่มีกำหนดระยะเวลาเช่ากว่าสามปีขึ้นไปแต่ไม่เกินสามสิบปี หรือมีกำหนดระยะเวลาเช่าตลอดอายุของผู้ให้เช่าหรือผู้เช่า อนึ่ง กำหนดเวลาเช่าดังกล่าวมานี้ เมื่อสิ้นลงแล้วจะต่อสัญญาอีกก็ได้ แต่ต้องอย่าให้เกินสามสิบปีนับแต่วันต่อสัญญา
  • “เงินประกัน” หมายความว่า เงินที่ผู้เช่าวางเป็นประกันไว้กับผู้ประกอบธุรกิจเป็นค่าประกันความเสียหาย หรือเงินอื่นใดที่ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บจากผู้เช่าในลักษณะทำนองเดียวกัน เพื่อประกันความเสียหายที่ผู้เช่าก่อให้เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่ผู้ประกอบธุรกิจจัดไว้ให้ผู้เช่าใช้สอยและค่าใช้จ่ายที่ค้างชำระซึ่งมิใช่ค่าเช่าอาคาร
  • “ค่าใช้จ่ายในการให้บริการ” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกหรือความปลอดภัยในการใช้บริการเช่าอาคารของผู้เช่า ซึ่งมิใช่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับต้นทุนในการประกอบกิจการให้เช่าอาคารของผู้ประกอบธุรกิจ
  • “ค่าเช่าล่วงหน้า” หมายความว่า ค่าเช่าอาคารที่ผู้เช่าชำระให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นประกันค่าเช่าอาคาร และจะชำระคืนให้แก่ผู้เช่าเมื่อสัญญาเช่าอาคารสิ้นสุดหรือนำมาชำระเป็นค่าเช่าอาคารเดือนสุดท้ายตามสัญญาเช่า
  • “แบบสัญญาท้ายประกาศ” หมายความว่า แบบสัญญามาตรฐานสัญญาเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยระยะสั้น ใช้ตามแบบ ก ท้ายประกาศนี้ หรือแบบสัญญามาตรฐานสัญญาเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว ใช้ตามแบบ ข ท้ายประกาศนี้ แล้วแต่กรณี

จากประกาศกฎหมายควบคุมสัญญาเช่าฉบับปี 2568 ที่เพิ่งอัปเดตมาล่าสุด มีข้อกำหนดหลาย ๆ ข้อที่ผู้เช่าและเจ้าของห้องควรรู้ โดยกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ “เจ้าของห้องเช่าที่มีห้องให้เช่าตั้งแต่ 3 หน่วยขึ้นไป” จะต้องปฏิบัติตาม แบ่งเป็น 7 ข้อดังนี้ครับ

1. ห้ามเก็บค่าน้ำ – ค่าไฟเกินจริง

2. การเก็บเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้า

3. การคืนเงินประกัน

4. “ความเสื่อมสภาพตามปกติ” ผู้เช่าไม่ต้องจ่าย

5. ต้องมี “รายการทรัพย์สินและสภาพห้อง” แนบท้ายสัญญาเสมอ

6. สัญญาเช่าระยะยาว (เกิน 3 ปี) ต้องไปจดที่กรมที่ดิน

7. ไม่มีสิทธิเปลี่ยนแปลงอัตราค่าเช่าอาคาร และอัตราค่าใช้จ่ายในการให้บริการก่อนสัญญาเช่าอาคารสิ้นสุดลง


1. ห้ามเก็บค่าไฟ-ค่าน้ำ เกินราคาจริง

กฎหมายใหม่มีข้อกำหนดไว้ว่าผู้ประกอบธุรกิจ(เจ้าของห้อง)ต้องเก็บตามอัตราที่การไฟฟ้าและการประปากำหนดเท่านั้น เช่น ถ้าการไฟฟ้าเก็บหน่วยละ 5 บาท เจ้าของห้องจะมาเก็บเรามากกว่าหน่วยละ 5 บาทเพื่อเอากำไรส่วนต่างไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับคนที่เช่าอยู่ตามหอพักหรืออพาร์ทเม้นต์ต่าง ๆ ดังนั้นคนที่กำลังจะเช่า ลองถามเรทค่าน้ำค่าไฟ ว่าคิดยังไงก่อนเซ็นสัญญาเช่า หรือตอนนี้ใครที่เช่าอยู่ตอนนี้ ให้สังเกตดูว่าตอนสิ้นเดือน บิลค่าน้ำค่าไฟเจ้าของห้องมีการบวกกำไรส่วนต่างเพิ่มจากเรทปกติหรือไม่ ถ้าพบว่าผู้ประกอบธุรกิจบวกเพิ่มจากเรทปกติ เราสามารถโต้แย้งได้ หรือถ้าผู้ประกอบธุรกิจยังยืนยันจะเก็บเกินจากเรทปกติ เราสามารถเก็บหลักฐานไปร้องเรียนสคบ.ได้ครับ

2. การเก็บเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้า

การเก็บเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้าจะแบบออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

2.1) สำหรับสัญญาเช่าระยะสั้น หรือระยะเวลาสัญญาไม่เกิน 3 ปี และสัญญาเช่าระยะยาวที่คิดค่าเช่าเป็นรายเดือน (ระยะเวลาสัญญามากกว่า 3 ปี – 30 ปี) ผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถเก็บเงินประกันห้องและค่าเช่าล่วงหน้ารวมกันเกิน 3 เดือนได้
เช่น ถ้าค่าเช่าเดือนละ 10,000 บาท วันแรกเข้าหรือวันทำสัญญา ผู้เช่าต้องจ่ายค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (ค่าเช่าล่วงหน้า+เงินประกัน) ไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น เงินประกันจำนวน 2 เดือน รวม 20,000 บาท ค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน รวม 10,000 บาทครับ

2.2) สำหรับสัญญาเช่าระยะยาวที่คิดค่าเช่าเป็นรายปี (ระยะเวลาสัญญามากกว่า 3 ปี – 30 ปี) ผู้ประกอบธุรกิจไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้า และเงินประกัน เมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนเกินกว่าหนึ่งปีของอัตราค่าเช่าที่คิดเป็นรายปี ดังนั้นถ้าเราตีความหมายจากข้อกำหนดนี้ การที่เราเก็บค่าเช่าแบบเป็นรายปี เราจะไม่สามารถเก็บเงินประกันเพิ่มเติมได้ เพราะจะทำให้ยอดรวมเกินอัตราเช่ารายปีครับ

3. การคืนเงินประกัน

หากผู้เช่าย้ายออกเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า ผู้ประกอบธุรกิจ “ต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วัน” และถ้าเจ้าของห้องจะหักค่าเสียหาย ต้องประเมินให้เสร็จภายใน 7 วันนั้นด้วย หากแจ้งช้ากว่านั้น ถือว่าไม่มีค่าเสียหายและต้องคืนเงินให้ผู้เช่าเต็มจำนวน เช่น เราย้ายออกวันจันทร์ ไม่เกินวันจันทร์หน้า เจ้าของต้องบอกแล้วว่ามีอะไรเสียหาย หักเงินประกันเราเท่าไหร่ ถ้าเกิดทางผู้ประกอบธุรกิจมาแจ้งว่า “พื้นห้องเป็นรอย” ในวันที่ 10 หลังย้ายออก เขาไม่มีสิทธิ์หักเงินประกันส่วนนี้ เพราะถือว่าเกิน 7 วันไปแล้ว

ส่วนเรื่องค่าน้ำ – ค่าไฟที่อาจจะต้องรอบิลเรียกเก็บ ส่วนใหญ่ผู้ประกอบธุรกิจและเจ้าของห้องมักจะตกลงกับผู้เช่าว่าหักเงินประกันไว้บางส่วนเพื่อรอชำระค่าน้ำและค่าไฟ หากคงเหลือเท่าไหร่จะโอนคืนให้หลังจากหักค่าน้ำและค่าไฟแล้ว เช่น เงินประกันห้อง 20,000 บาท ผู้ประกอบธุรกิจ(เจ้าของห้อง)อาจจะประเมินจากค่าน้ำค่าไฟเดือนก่อน ๆ แล้วว่าอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 1,000 บาท ผู้ประกอบธุรกิจ(เจ้าของห้อง)อาจจะคืนให้ 19,000 บาทก่อน ส่วนอีก 1,000 เมื่อหักค่าน้ำและค่าไฟแล้วเหลือเท่าไหร่จะโอนคืนอีกครั้งนึงครับ เพราะถ้าคืนไปหมดเลยเจ้าของห้องก็กลัวว่าผู้เช่าจะหนีไปและไม่ยอมกลับมาจ่ายค่าน้ำค่าไฟอีกครับ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงกับผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของห้องด้วยนะครับ)

4. “ความเสื่อมสภาพตามปกติ” ผู้เช่าไม่ต้องจ่าย

“ความเสื่อมสภาพตามปกติ” หมายถึง สิ่งที่เสื่อมลง ทรุดโทรมลง หมดอายุ จากการใช้งานตามปกติ ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุด คือ หลอดไฟที่ขาดตามการใช้งานตามปกติ เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ประกอบธุรกิจเพราะว่าผู้ประกอบธุรกิจต้องทำให้ห้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถหักเงินมัดจำหรือคิดค่าหลอดไฟใหม่จากผู้เช่าได้ แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ เช่น เราทำโคมไฟในห้องแตก อันนี้ถือว่าเราทำทรัพย์สินภายในห้องเสียหาย ไม่ได้เกิดจากการใช้งานโดยปกติ เราจะต้องชดใช้ค่าเสียหายครับ

หรือในบางกรณีเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเปลี่ยน เช่นหลอดไฟ ผู้เช่าอาจซื้อมาเปลี่ยนเองและเบิกค่าหลอดไฟจากทางผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของห้องอีกที (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการตกลงรายละเอียดต่าง ๆ ระหว่างผู้เช่าและผู้ประกอบธุรกิจด้วยนะครับ)

5. ต้องมี “รายการทรัพย์สินและสภาพห้อง” แนบท้ายสัญญาเสมอ

ภายในสัญญาเช่าทุกฉบับ ต้องมี”รายการทรัพย์สินและสภาพห้อง” แนบท้ายเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันด้วยครับ ก่อนจะเซ็นสัญญาเช่า ให้ตรวจสอบว่ามีรายการทรัพย์สินและสภาพห้องหรือไม่

โดย “รายการทรัพย์สินและสภาพห้อง” จะมีลักษณะเป็นรูปถ่ายมุมต่าง ๆ ภายในตัวห้อง แสดงให้เห็นถึงสิ่งของ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ตรงไหนภายในห้องมีตำหนิ ให้ถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐานว่ามีอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนผู้เช่าเข้าอยู่ รวมถึง กุญแจห้องและ Keycard ว่ามีจำนวนกี่ดอก กี่ใบ และต้องมี รายการณ์ทรัพย์สินต่าง ๆ ภายในห้องว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง จำนวนกี่ชิ้น และตรวจสอบให้ถูกต้องว่าภายในห้องมีสิ่งของใดขาดไปหรือให้มาเกินหรือไม่
ในกรณีที่มีไลน์กลุ่มหรือไลน์ติดต่อระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ(เจ้าของห้อง)และผู้เช่า อาจจะตั้งเป็นอัลบั้มไว้เพื่อเป็นหลักฐานและง่ายต่อการเปิดดูอีกช่องทางนึงก็ได้ครับ

6. สัญญาเช่าระยะยาว (เกิน 3 ปี) ต้องไปจดที่กรมที่ดิน

สัญญาเช่าระยะยาว ในกฎหมายจะหมายถึงสัญญาที่มีระยะเวลาของสัญญามากกว่า 3 ปีขึ้นไป เช่น สัญญา 3 ปี 1 เดือน หรือ 4 ปี มากที่สุดไม่เกิน 30 ปีครับ แต่ถ้าสัญญา 3 ปีพอดี ยังถือเป็นสัญญาระยะสั้นตามกฎหมายอยู่ครับ ใครที่จะเช่าสัญญาระยะยาว เช่น เช่าบ้านสัญญา 4 – 5 ปี ต้องไปจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ กรมที่ดิน เพราะว่าถ้าเราเซ็นสัญญาไปโดยไม่ไปกรมที่ดิน สัญญาฉบับนั้นจะมีผลบังคับตามกฎหมายได้เพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น หากปีที่ 4 ผู้ประกอบธุรกิจ(เจ้าของบ้าน) ขายบ้าน หรือเปลี่ยนคนเช่า คุณอาจถูกเชิญออกได้โดยไม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องเพื่ออยู่ต่อนะครับ

ในการเช่าคอนโด หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าปล่อยเช่าสัญญาระยะสั้น โดยสัญญาระยะสั้นที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ในการเช่าคอนโดมักจะหมายถึงการทำสัญญาเช่าที่ต่ำกว่า 1 ปีครับ เช่น 1 เดือน, 3 เดือน หรือ 6 เดือน เพราะโดยปกติการเช่าคอนโดมักจะทำสัญญากันที่ 1 ปีหรือ 2 ปีครับ ส่วนการปล่อยเช่าที่น้อยกว่า 30 วัน ถือว่าผิดกฎหมายครับ เพราะเข้าข่ายการปล่อยเช่ารายวันและระยะสั้นที่ไม่ถึง 30 วัน จะผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 โดยผู้ให้เช่าอาจมีความผิดฐานเปิดโรงแรมเถื่อน รวมถึงผิดกฎระเบียบคอนโดที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยเช่ารายวันครับ

7. ไม่มีสิทธิเปลี่ยนแปลงอัตราค่าเช่าอาคาร และอัตราค่าใช้จ่ายในการให้บริการก่อนสัญญาเช่าอาคารสิ้นสุดลง

ผู้ประกอบธุรกิจ(เจ้าของห้อง) ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงราคาค่าเช่าระหว่างที่เซ็นสัญญาเช่าไปแล้วได้ หมายความว่า ถ้าเกิดเราทำสัญญาเช่า 1 ปี โดยมีค่าเช่าราคาเดือนละ 10,000 บาท ในระยะเวลาภายใน 1 ปีนี้ ผู้ประกอบธุรกิจ(เจ้าของห้อง) ไม่สามารถปรับราคาค่าเช่าขึ้นเป็น 12,000 บาทได้ เพราะจะขัดแย้งกับสัญญาที่เซ็นไปแล้ว โดยผู้ประกอบธุรกิจ(เจ้าของห้อง) สามารถปรับราคาค่าเช่าได้อีกครั้งหลังระยะเวลาสัญญาครบ 1 ปีแล้ว อาจจะแจ้งผู้เช่าไว้ก่อนสัญญาจะสิ้นสุดประมาณ 1 – 2 เดือนก็ได้ครับ เพื่อให้ผู้เช่าเตรียมตัวว่า โอเคกับราคาค่าเช่าใหม่หรือไม่ ถ้าโอเคก็อาจจะต่อสัญญา หรือถ้าไม่โอเคจะได้เตรียมตัวย้ายออกเมื่อระยะเวลาสัญญาสิ้นสุดครับ

ทุกครั้งที่เซ็นสัญญาเช่า เราจะต้องได้รับคู่ฉบับสัญญา 1 ชุดเก็บไว้กับตัวด้วยนะเพื่อเป็นหลักฐานสำคัญในการรักษาสิทธิ์ของเราตามกฎหมายฉบับใหม่นี้ครับ หากในการทำสัญญาเช่าเป็นการทำระหว่างผู้เช่าและผู้ประกอบธุรกิจ(เจ้าของห้อง) จะต้องเซ็นสัญญารวม 2 ฉบับ และเก็บไว้คนละ 1 ฉบับ หรือยากผ่านายหน้าหรือ Agent ส่วนใหญ่มักจะมี 3 ฉบับ โดยฉบับที่ 3 ทาง Agent(นายหน้า) จะเก็บไว้ด้วย เพื่อเป็นพยานระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้เราควรจะเซ็นชื่อบนสัญญาให้ครบทุกหน้า เพื่อป้องกันการแอบเปลี่ยนข้อมูลภายในสัญญาบริเวณหน้ากลาง ๆ รวมถึงเพื่อเป็นการยืนยันว่ารับทราบตรงกันทุกหน้าในสัญญาครับ  รู้แล้วก็อยากลืมดูให้ดีๆก่อนจะตัดสินใจเช่า หรือถ้าใครเป็นผู้ปล่อยเช่าเองก็อย่าลืมอัพเดทกฎกติกาใหม่นี้กันด้วยนะ จะได้ไม่ถูกผู้เช่าร้องเรียนภายหลังครับ


องค์ประกอบต่าง ๆ ที่อยู่ในสัญญาเช่า

1.ข้อมูลเจ้าของห้อง – ชื่อผู้เช่า และรายละเอียดทรัพย์สิน (ห้อง,บ้าน)

ภายในสัญญาจะต้องมีข้อมูลคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายอย่างครบถ้วน ได้แก่

  • ชื่อ-นามสกุล
  • หมายเลขบัตรประชาชน
  • ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
  • เบอร์โทรศัพท์
  • สำเนาบัตรประชาชนทั้งสองฝ่ายภายในสัญญา เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนว่าไม่ได้ปลอมแปลงชื่อมาใช้ในการทำสัญญา
  • รายละเอียดว่าทรัพย์สิน(บ้าน,คอนโด) ตั้งอยู่ที่ไหน
  • บ้านเลขที่ ชื่อโครงการ ชั้นที่ตั้ง
  • มีสิทธิ์การจอดรถหรือไม่(สำหรับคอนโด)
  • อย่าลืมเช็กว่ามีการระบุลงไปภายในสัญญาหรือไม่ ว่าเก็บเงินประกันกี่บาท เพื่อป้องกันการหลงลืมและเป็นปัญหาตอนสิ้นสุดสัญญา

2. ระยะเวลาการเช่า

ภายในสัญญาจะต้องระบุให้ชัดเจนว่าสัญญามีระยะเวลาการเช่านานเท่าใด เริ่มวันที่เท่าไหร่ สิ้นสุดวันที่เท่าไหร่ รวมเป็นระยะเวลากี่เดือน กี่ปี เช่น

  • ระยะเวลาสัญญาเช่าเริ่มวันที่ 12 มิถุนายน 2566 สิ้นสุดวันที่ 11 มิถุนายน 2567 เป็นระยะเวลา 12 เดือน

3. ความรับผิดชอบของผู้เช่า

ภายในสัญญาเช่าจะมีข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น

  • ใช้ทรัพย์สินเพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น
  • จำนวนผู้เข้าพักอาศัย
  • มีหน้าที่ชำระค่าน้ำ – ไฟ
  • เลี้ยงสัตว์ได้หรือไม่
  • (หรือข้อกำหนดต่าง ๆ ตามที่เจ้าของห้องหรือทางนิติบุคคลอาคารกำหนดมาเพื่อการอยู่อาศัย)

4. การชำระเงิน(ค่าเช่า)

เพื่อความชัดเจนควรกำหนดไปเลยว่า การชำระเงินมีกี่งวด ชำระวันที่เท่าไหร่ ยอดเงินกี่บาท จ่ายเงินทางไหน เช่น

สัญญา 1 ปี มี 12 งวด

ผู้เช่าต้องชําระค่าเช่าภายในวันที่ 12 ของทุกรอบเดือน

โดยให้ชำระค่าเช่าโดยการโอนเข้าบัญชีธนาคาร

ธนาคาร : ABC

ชื่อบัญชี : (ชื่อ-นามสกุล)

เลขที่บัญชี : 111-1-11111-1

งวดที่ 1 (12 มิถุนายน 2566) จำนวน 15,000 บาท

งวดที่ 2 (12 กรกฎาคม 2566) จำนวน 15,000 บาท
.
.
.

งวดที่ 12 (12 พฤษภาคม 2567) จำนวน 15,000 บาท

5. ความรับผิดชอบกรณีผิดสัญญา

ภายในสัญญาจะมีการระบุ ข้อกำหนดเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญา การขนย้ายทรัพย์สิน ค่าปรับต่าง ๆ เช่น

  • หากชําระล่าช้ากว่าที่ตกลง ผู้เช่าต้องชําระค่าปรับเป็นเงินจํานวนวันละ 500 บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) โดยชําระค่าปรับล่าช้าพร้อมกับค่าเช่า


ตอบคำถามจากทางบ้าน

Q: ถ้าเกิน 7 วันหลังจากย้ายออก แต่เจ้าของห้องไม่คืนเงินมัดจำ หรือขอผ่อนผัน เราสามารถทำยังไงได้บ้าง?

Ans: เราแนะนำให้เริ่มจากการส่งข้อความ หรือจดหมายแจ้งไปยังที่อยู่ของเจ้าของห้องเพื่อเป็นการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการก่อน และหากยังเงียบหาย ให้ดำเนินการร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ของ สคบ. หรือโทร 1166 ได้เลยครับ

Q: ถ้าค่าเสียหายเกินเงินประกันจะตามเก็บเงินค่าเสียหายได้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง?, ถ้าผู้เช่าทำห้องเละ ห้องพัง จนเงินประกันห้องไม่ครอบคลุมค่าซ่อมและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จะทำอย่างไร?

Ans: หากเงินประกันห้องที่เก็บจากผู้เช่าไม่ครอบคลุมในการซ่อมแซมห้อง สามารถทำได้ 2 แนวทาง ดังนี้

  • แนวทางที่ 1 : แจ้งผู้เช่าให้ผู้เช่ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมห้องหลังจากที่เราประเมินค่าเสียหายแล้ว หรืออาจจะร้องขอให้ผู้เช่าเข้าซ่อมห้องให้เราตามจุดที่ทำเสียหาย
  • แนวทางที่ 2 : หากแจ้งผู้เช่าแล้วเพิกเฉย ให้รวบรวมเก็บภาพหลักฐานพร้อมค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมห้องเอาไว้ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล เรียกค่าเสียหายจากผู้เช่าเนื่องจากผิดสัญญาเช่าได้ทั้งนี้การขึ้นศาล อาจจะต้องมีค่าดำเนินการ ค่าทนาย ค่าใช้จ่ายแฝงอีกหลายอย่าง รวมถึงใช้เวลาดำเนินการด้วย ดังนั้นแนวทางการป้องกันที่ผู้ประกอบธุรกิจ(เจ้าของห้อง) พอจะทำได้คือการเช็ก Profile ผู้เช่าให้ดีก่อนตกลงเซ็นสัญญากัน ผู้เช่าเลือกห้องได้ เจ้าของห้องก็เลือกผู้เช่าได้เช่นกันครับ

Q: ผู้ให้เช่าต้องดูแลซ่อมแซมความเสื่อมสภาพของทรัพย์สินในการเช่าในระหว่างการเช่าด้วยหรือไม่ เช่น ประตูม้วนเสีย ประตูเสีย ล็อกไม่ได้

Ans: ต้องดูที่สาเหตุเป็นหลักครับ ถ้าเราทำเสียหรือเสื่อมสภาพจากการ ‘ใช้งานผิดปกติ’ เช่น ขับรถชนประตู เราต้องชดใช้ค่าเสียหายตามสภาพจริง แต่ถ้าเป็นการ ‘เสื่อมสภาพตามปกติ’ จากอายุการใช้งานที่เก่ามากแล้ว กฎหมายคุ้มครองให้ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดชอบ และเป็นหน้าที่ของเจ้าของที่ต้องดูแลซ่อมแซมให้ครับ

Q: เป็นเจ้าของหอพัก แต่มีค่าแม่บ้าน ค่ารปภ. ค่าไฟทางเดิน ค่าไฟลิฟต์ ถ้าเก็บค่าไฟตามจริง ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แน่นอน

Ans: เข้าใจในต้นทุนแฝงของเจ้าของหอพักครับ แต่เหตุผลที่กฎหมายกำหนดให้เก็บตามเรทจริง เพราะต้องการให้ ‘ค่าเช่า’ สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของหอพักนั้น ๆ แนะนำให้เจ้าของหอพักคำนวณค่าใช้จ่ายแฝงในแต่ละเดือนหารด้วยจำนวนห้องพักเพื่อนำไปบวกเข้ากับราคาค่าเช่ารวมเป็นราคาค่าเช่าที่แจ้งกับลูกค้าที่สนใจเช่าได้เลย เพื่อให้ลูกค้าทราบราคาสุทธิที่ต้องจ่ายต่อเดือน และเป็นการป้องกันปัญหาข้อพิพาทเรื่องการเก็บเงินมัดจำเกินสัดส่วนตามที่กฎหมายฉบับปี 2568 กำหนดไว้ครับผม

Q: ย้ายออกจากที่เก่าสัญญาเช่าบอกคืนเงินประกันภายใน 15 วัน ตอนนี้เลยมาเป็นอาทิตย์แล้วยังไม่ได้เงินคืนเลยค่ะ อีกอย่างเจ้าของห้องออกจากกรุ๊ปไลน์ ไม่มีการแจ้งใด ๆ จากทางเอเจนซี่และเจ้าของเลยค่ะ เงียบหายไปเลย รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

Ans: แนะนำให้เริ่มจากการส่งข้อความ หรือจดหมายแจ้งไปยังที่อยู่ของเจ้าของห้องเพื่อเป็นการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการก่อนครับ ถ้ายังเงียบหาย ให้ดำเนินการร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ของ สคบ. หรือโทร 1166 ได้เลยครับ

Q: ทำสัญญาไว้ สามปีมีการเก็บค่าประกันไว้ แต่ถ้าเราขอออกก่อนสามปี จะเนื่องจากสาเหตุใด ๆ ก็ตามเราจะได้เงินค่าประกันคืนหรือไม่

Ans: ถ้าตามสัญญาที่เซ็นกัน มักจะมีข้อกำหนดไว้ว่าหากอยู่ไม่ครบตามระยะเวลาในสัญญาจะไม่คืนเงินประกันให้ครับ แต่มีหลายเคสที่ลองคุยกับทางเจ้าของห้องแล้วมีการอะลุ้มอล่วยกัน เช่น ขอออกก่อนครบสัญญา 1 – 2 เดือน ถ้าเจ้าของห้องบางรายใจดีก็อาจจะได้คืนเต็มจำนวนหรือได้คืนบางส่วน แต่ถ้าลองคุยแล้วเจ้าของห้องแจ้งว่าจะยึดเงินประกันถ้าอยู่ไม่ครบตามระยะเวลาสัญญา ก็ถือเป็นสิทธิ์ของเจ้าของห้องนะครับ

Q: กรณีไม่มีสัญญาให้เช่าเลยล่ะเราจะไปทำยังไงได้แบบนี้

Ans: เราแนะนำให้มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งครับ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนกัน เพื่อความปลอดภัยและจะได้มีหลักฐานในกรณีที่มีข้อพิพาทหรือความขัดแย้งเกิดขึ้น เวลาเกิดการฟ้องร้องจะได้มีหลักฐานในการดำเนินคดีได้ครับ


เป็นยังไงกันบ้างครับกับบทความเช่าบ้าน–คอนโด ปี 2026 ต้องรู้อะไรบ้าง? เช็กสัญญาก่อนเซ็นสัญญา ไม่ให้เสียเปรียบ! ใครที่กำลังจะเช่าบ้านหรือคอนโด น่าจะได้ประโยชน์เลยครับ ส่วนเจ้าของห้องเช่าหรือหอพักก็จะได้อัปเดตข้อกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวกับสัญญาเช่าไปในตัวด้วยครับ ใครที่ชื่นชอบบทความแนวนี้ เรามีพิกัดบทความที่น่าสนใจมาให้อ่านเพิ่มเติมด้านล่างด้วยนะครับ^^

บทความน่าสนใจที่เกี่ยวข้อง

สัญญาเช่าคอนโด 6 เรื่องที่ผู้เช่าต้องดูให้ชัด ก่อนตกลงทำสัญญาเช่า >> อ่านต่อที่นี่

ซื้อคอนโดปล่อยเช่ายังไงให้ได้กำไร >> อ่านต่อที่นี่

4 เรื่องต้องเช็กในสัญญาเช่าคอนโด ถ้าไม่อยากเสียเปรียบทั้ง 2 ฝ่าย >> อ่านต่อที่นี่

How to ปล่อยเช่าบ้าน/คอนโดฯ ได้ไว มัดใจชาว Generation Rent >> อ่านต่อที่นี่

เรื่องที่ “คนเช่าคอนโด” มักมองข้าม…เสี่ยงเสียหายไม่รู้ตัว >> อ่านต่อที่นี่


แจกร่างสัญญาเช่าคอนโด

สามารถโหลดไปแก้ไข เติมข้อมูลเองได้เลยครับ >> กดที่นี่

*เป็นเพียงร่างที่เราทำขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่อยากได้ร่างสัญญาเช่า ทาง ThinkofLiving ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือรับผิดชอบเกี่ยวกับร่างสัญญาฉบับนี้ ผู้ใช้สามารถเพิ่ม/ลบ/แก้ไขสัญญาเพิ่มเติมได้เอง